แนะนำส่วนต่างๆ ของเนื้อวัว

Posted on
 ขอเริ่มต้นแนะนำส่วนต่างๆ ของเนื้อวัว ขอเริ่มที่
 

 

เนื้อสันคอหรือเนื้อสันหน้า (chuck) แล้วส่วนนี้ของเนื้อวัว ทําอะไรกินดี? สำหรับเนื้อสันคอเหมาะอย่างยิ่งที่จะนำไปย่างบนเตามากกว่าการจี่บนกระทะ เนื้อส่วนนี้มีคอลลาเจนที่หลอมละลายเร็วเมื่อโดนความร้อน ทำให้มีรสชาติที่เข้มข้น แต่เนื้อสันคอก็มีเนื้อเยื่อพังผืด จึงจำเป็นต้องเลือกการประกอบอาหารอย่างช้าๆ เช่น สตู การอบ การเคี่ยว และการย่างผสมเคี่ยว
 

 
เนื้อสันนอกตอนหน้า ส่วนกลาง หรือเนื้อสันกลาง (Rib) แล้วส่วนนี้ของเนื้อวัว ทําอะไรกินดี? เนื้อวัวส่วนนี้สามารถประกอบอาหารได้ทั้ง ปิ้งย่าง การทอดบนกระทะ การผัด และแม้แต่การต้ม

 

เนื้อสันส่วนหลัง (Short Loin) เนื้อส่วนนี้นุ่มที่สุด สามารถทำอาหารได้โดยไม่ต้องใช้ความชื้นน้ำหรือใช้เวลานานๆ แล้วส่วนนี้ของเนื้อวัว ทําอะไรกินดี? เราสามารถทำได้ทั้งผัด ทอด ต้ม และย่าง โดยมีชิ้นส่วนเนื้อยอดนิยม ได้แก่ เนื้อพอตเตอร์เฮ้าส์ ที่อยู่ด้านข้างปลายของเนื้อสันส่วนหลัง (Short Loin) ประกอบด้วย ด้วยเนื้อสันนอก (sirloin tip) และเนื้อสันใน (tenderloin) ส่วนเนื้อทีโบน คล้ายเนื้อพอตเตอร์เฮ้าส์ โดยตัดจากช่วงกลางของเนื้อสันส่วนหลัง แต่มีขนาดที่เล็กกว่า มีเนื้อสันใน (tenderloin) อยู่น้อยกว่า มักนำไปย่างหรือทอดบนกระทะร้อน มาที่เนื้อนุ่มที่สุดจากทุกส่วนต่างๆ ของเนื้อวัว เนื้อสันใน (Tenderloin) ซึ่งสามารถซึมซับเครื่องปรุงหรือซอสต่างๆได้ดี เนื้อสันในสามารถตัดเป็นเส้นๆ หรือทำเป็นชิ้นสเต็กแบบฟิเลมิยองก็ได้ (filet mignon)

 

เนื้อสันสะโพก หรือเนื้อตะเข้ (Sirloin) เป็นส่วนหลังกระดูกทางด้านสะโพก นิยมนำมาทำการทอด ต้มในกระทะ การย่าง การผัด การต้ม เช่น เนื้อเซอร์ลอยด์ (Sirloin Steaks) นิยมนำมารับประทานทั้งแบบที่ติดกระดูกและไม่ติดกระดูก และเนื้อปลายสันสะโพก (Sirloin Tip Roast) สามารถทำมาย่างหรือถนอมอาหารได้ดีเยี่ยม

เนื้อพื้นท้อง (Flank) ซึ่งเป็นเนื้อส่วนนี้มีไขมันน้อย มีกล้ามเนื้อและรสชาติดีมาก มักใช้ทำเนื้อสเต็ก และเคบับซึ่งเป็นอาหารชาติตะวันออกกลาง

 

เนื้อส่วนท้อง และเนื้อหน้าท้อง (Short Plate) มักนำมาทำสตูเนื้อ

 

เนื้อพับหรือเนื้อสะโพก (Round) เนื้อส่วนนี้เป็นเนื้อไขมันน้อย เหมาะกับการประกอบอาหารที่ใช้ความชื้นและเวลายาวนาน ประกอบด้วย เนื้อพับใน (Top Round) เนื้อส่วนพับที่นุ่มที่สุด สามารถนำมาทำการอบในหม้อ หรือตัดเป็นชิ้นเล็กๆเพื่อทำการตุ๋นได้ และเนื้อสันสะโพก (Rump Roast) นิยมนำมาย่างผสมเคี่ยวอาจใช้ไฟปานกลาง

เนื้อน่อง (Shank) เนื้อเสือร้องไห้ (Brisket) มักนำมาทำคอร์นบีฟ และเนื้อเสือร้องไห้ (Brisket) มักนำมาใช้ประกอบอาหารโดยมีน้ำเป็นส่วนประกอบ เช่น สตู การตุ๋น การย่างในหม้อ ประกอบด้วย เนื้อขาหน้า/น่องหน้า (Foreshank) นิยมนำมาทำสตู เนื้อเสือร้องไห้ส่วนแรก (Brisket First Cut) เป็นเนื้อเสือร้องไห้ส่วนที่มีไขมันน้อย และเนื้อเสือร้องไห้ส่วนหน้า (Brisket Front Cut)

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : th.openrice.com